พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จ่าสิบเอกธีระยุทธ ทหารกล้าชายแดนไทย–กัมพูชา
จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์และทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ หลายนายต้องสละชีวิตในสนามรบ
เมื่อวานนี้ ครอบครัวของทหารกล้าที่เสียชีวิตได้ทยอยเดินทางไปรับร่างกลับภูมิลำเนา เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ญาติของ จ่าสิบเอกธีระยุทธ ศรีจุ้ย สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งพลีชีพจากการสู้รบ ได้เดินทางไปรับร่างกลับบ้านเกิดที่จังหวัดหนองคาย
เมื่อขบวนเคลื่อนร่างมาถึงบ้าน คุณพ่อได้ทำพิธีเรียกดวงวิญญาณของลูกชาย โดยกล่าวว่า
“จ่อย…ถึงบ้านแล้วลูก ลงมาเข้าบ้านนะ”
คำพูดสั้น ๆ นี้ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องต่างร่ำไห้ด้วยความอาลัย
หลังเจ้าหน้าที่ตั้งหีบศพภายในบ้านเรียบร้อย เสียงร้องไห้ก็ดังระงมไปทั่ว ทั้งพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคย ต่างเข้ามาเคาะโลงศพพร้อมตะโกนเรียกดวงวิญญาณเป็นภาษาอีสานว่า
“ฮอดบ้านเฮาแล้วเด้อ”
ซึ่งมีความหมายว่า “ถึงบ้านเราแล้วนะ” เป็นความเชื่อตามประเพณีอีสาน เพื่อเชิญดวงวิญญาณกลับเข้าสู่บ้านเป็นครั้งสุดท้าย
ภรรยาของจ่าสิบเอกธีระยุทธ ซึ่งยืนถือรูปสามีอยู่ตลอดพิธี ถึงกับเป็นลมล้มพับด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ขณะที่ลูกชายตัวน้อย แสดงความเข้มแข็งสมกับเป็นลูกของทหารกล้า หลังจุดธูปเสร็จ ได้ยืนทำวันทยหัตถ์เคารพหน้าหีบศพของบิดาอย่างสง่างาม สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ร่วมพิธีเป็นอย่างมาก
ส่วนลูกสาวคนโต มีญาติคอยปลอบโยนและดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนจะเคลื่อนร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ศาลาวัดเนินนิมิต อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
พิธีดังกล่าวมี พลตรีประเสริฐ ขาธิพย์ภาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมกำลังพล ทหาร ตำรวจ และประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพระราชทานพวงมาลาหลวง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีเชิญพวงมาลาพระราชทานไปวางหน้าหีบศพ
คุณพ่อและคุณแม่ของจ่าสิบเอกธีระยุทธ กล่าวว่า แม้จะเสียใจอย่างที่สุด แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมฝากกำลังใจถึงทหารทุกนายที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน ขอให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย และไม่อยากให้ครอบครัวใดต้องเผชิญความสูญเสียเช่นเดียวกับครอบครัวของตน
นอกจากนี้ ยังมีพิธีศพของ สิบตรีธีระยุทธ กระจ่างทอง ทหารกล้าอีกนายที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ โดยจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ วัดบ้านยางโป่งสะเดา อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
ภายในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเชิญพวงมาลาพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหีบศพ
สิบตรีธีระยุทธ กระจ่างทอง อายุ 22 ปี สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ค่ายสุรนารี เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดระหว่างการสู้รบบริเวณชายแดนช่องตาเฒ่า อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม
ครอบครัวต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม
ขณะเดียวกัน ที่จังหวัดนครพนม ได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ สิบตรีวรัญชิต ยวงสุวรรณ ทหารกล้าที่พลีชีพจากเหตุปะทะในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พลเอกธงชัย รอดย้อย เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางความโศกเศร้าและความภาคภูมิใจในความเสียสละของวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน
ส่วนที่จังหวัดยโสธร ณ วัดกำแมด อำเภอกุดชุม ได้มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สิบโทต่อพงศ์ พันดวง สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินทรเดชา ซึ่งเสียชีวิตจากการปะทะบริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ได้มีการสวดพระอภิธรรมคืนแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัยจากครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนทหาร และประชาชนผู้มาร่วมไว้อาลัย
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความเสียสละของทหารไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และสร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ พร้อมความหวังว่า จะไม่มีครอบครัวใดต้องเผชิญกับความสูญเสียเช่นนี้อีกต่อไป।
