ข่าวด่วน!! มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว แย่มาก…ดูเพิ่มเติม!!!


จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า จ่าเข้มขี่รถจักรยานยนต์ออกจากค่ายทหารและกำลังข้ามถนน ก่อนจะถูกรถกระบะที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนอย่างจัง จนร่างกระเด็นเสียชีวิตคาที่ ส่วนรถกระบะคู่กรณีได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและจอดอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
ชาวบ้านที่รู้จักจ่าเข้มต่างกล่าวตรงกันว่า เขาเป็นคนอัธยาศัยดี มีน้ำใจ และมักทักทายผู้คนที่สัญจรผ่านบริเวณหน้าค่ายอยู่เป็นประจำ หลายคนรู้สึกเสียดาย เพราะเป็นทหารที่เคยปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติจนผ่านสมรภูมิรบมาแล้วถึง 2 สนามรบอย่างปลอดภัย แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัวและเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาวในอนาคตอันใกล้
ต่อมา นายทัศวิน ผู้ขับรถกระบะคู่กรณี ซึ่งดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหา โดยให้การว่าไม่มีเจตนาหลบหนี แต่หลังเกิดเหตุเกิดอาการตกใจอย่างหนัก จึงขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไป ก่อนจะตั้งสติได้และย้อนกลับมาเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายผู้ขับขี่ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่พบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเกิดเหตุ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ชนแล้วหลบหนี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภายหลังเกิดเหตุ โลกออนไลน์ได้ย้อนกลับไปดูโพสต์ล่าสุดของจ่าเข้ม ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 โดยระบุข้อความว่า ความสัมพันธ์ที่มั่นคงที่สุด คือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้อง พร้อมอิโมจิหัวเราะ ทำให้มีเพื่อนและชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความอาลัยต่อการจากไปอย่างกะทันหัน
ตลอดช่วงที่ผ่านมา จ่าเข้มมักใช้เฟซบุ๊กถ่ายทอดเรื่องราวของพี่น้องทหารตามแนวชายแดน ทั้งเหตุการณ์การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ภารกิจของทหารที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงบันทึกความทรงจำจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทหารแนวหน้า จนได้รับการยกย่องจากหลายคนว่าเป็นหนึ่งใน ฮีโร่ตาเมือนธม ที่ผ่านศึกมาแล้วถึง 2 สมรภูมิ
“จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง” หรือจ่าโอม ทหารกล้าผู้ยืนหยัดทำหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้าย จ่าไม่ใช่แค่ทหารคนหนึ่ง แต่เป็นที่รักของใครหลายๆคน เป็นคนที่นิสัยดี ตลก แต่ก็มีวินัยมาก ทั้งตั้งใจทำงานและพร้อมช่วยเหลือคนรอบข้างเสมอ น่าสะเทือนใจจริงๆที่วันนี้เราต้องเสียคนดีๆแบบนี้ไป เพราะจ่าเลือกปกป้องบ้านเกิด เพื่อให้เราทุกคนได้อยู่กันอย่างปลอดภัย
ขอสดุดีจ่าโอมอย่างสุดหัวใจ ประเทศไทยจะจำชื่อของจ่าไว้ตลอดไปค่ะ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวด้วยนะคะ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพิจารณาแนวทางปรับหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังมีประชาชนจำนวนมากที่เคยได้รับสิทธิ์ในรอบก่อน แต่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการคัดกรองรอบล่าสุด
การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีและผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงความคืบหน้าการทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว โดยหันมายิ้มและกล่าวกับสื่อมวลชนเป็นภาษาจีนว่า “หนีห่าว” ซึ่งแปลว่า “สวัสดี” และ “หว่อ ซ่าง ห่าว” ที่มีความหมายว่า “สวัสดีตอนเช้า”
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีรัฐมนตรีลาการประชุม 4 ราย ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย


